บริษัทจำกัดคืออะไร?

กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฯ ที่ได้กำหนดในเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของนิติบุคคลประเภทต่าง ๆ โดยผลของกฎหมายแล้ว “นิติบุคคล” ถือได้ว่าเป็นบุคคลประเภทหนึ่งที่มีขึ้นได้ด้วยอำนาจของกฎหมาย ต่างจาก “บุคคลธรรมดา” ที่เกิดขึ้นโดยพลังธรรมชาติ “นิติบุคคล” มีความคล้ายคลึงกับ “บุคคลธรรมดา” หลายประการ ยกตัวอย่างเช่น สามารถเข้าทำนิติกรรมได้ สามารถรับผิดต้อผู้อื่นได้ อย่างไรก็ดี “นิติบุคคล” ไม่มีความคิด หรือตัวตนเป็นของเอง ดังนั้นการแสดงออกซึ่งเจตนาของนิติบุคคลจำเป็นต้องมีบุคคลธรรมดา (ได้แก่ ผู้จัดการ) เป็นผู้ดำเนินการแทน กฎหมายจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องการจัดการต่าง ๆ เอาไว้

นิติบุคคลมีหลายประเภท เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ “บริษัทจำกัด” ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการทั้ง SMEs และสตาร์ทอัพ จากความข้างต้นเรื่องการกระทำการแทน และการควบคุมการดำเนินการของบริษัทจำกัด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดกฎเกณฑ์ และข้อปฎิบัติ เอาไว้ในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น สิทธิของหุ้นประเภทต่าง ๆ การประชุมผู้ถือหุ้น การควบคุมการทำงานของกรรมการบริษัท ความรับผิดของผู้ถือหุ้นต่อบุคคลภายนอก ฯลฯ โดยที่ข้อกำหนดของกฎหมายเหล่านี้เป็นข้อกำหนดที่บริษัท ผู้ถือหุ้น และกรรมการจำเป็นต้องปฎิบัติตาม และสรุปได้ดังต่อไปนี้ครับ

business partner shaking hands with his partner who incorporate company together

หุ้น

หุ้นเป็นสิ่งแสดงสัดส่วนความเป็นเจ้าของและอำนาจในการควบคุมการบริหารจัดการบริษัท สิทธิในหุ้นแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างคือ สิทธิในทางเศรษฐกิจและสิทธิในการควบคุม โดยที่สิทธิในทางเศรษฐกิจคือสิทธิในการได้รับเงินปันผล และเงินส่วนแบ่งเมื่อมีการเลิกบริษัท หรือขายกิจการ และสิทธิในการควบคุมหรือสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ตามกฎหมายบริษัทจำกัดมีหุ้นอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ โดยที่หุ้นสามัญเป็นหุ้นที่มีสิทธิในการออกเสียง 1 เสียงต่อ 1 หุ้น และมีสิทธิได้รับเงินปันผล และเงินส่วนแบ่งตามสัดส่วนหุ้นที่ตนเองถือ เช่น ถือหุ้นสามัญในบริษัทร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เมื่อบริษัทมีกำไรและมีมติให้จ่ายเงินปันผลเป็นจำนวน 100 บาท ผู้ถือหุ้นรายนี้จึงมีสิทธิได้รับเงินปันผลจำนวน 10 บาท เป็นต้น ในขณะที่หุ้นบุริมสิทธินั้นอาจจะมีสิทธิในการออกเสียง 10 เสียงต่อ 1 หุ้น และมีสิทธิได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ เป็นต้น ทั้งนี้ สิทธิของหุ้นบุริมสิทธิให้กำหนด

นอกจากเรื่องพื้นฐานด้านบนแล้ว .ในกิจการที่มีลักษณะเป็นสตาร์ทอัพและมีการระดมทุนจากนักลงทุนโดยเฉพาะ VC จะมีข้อกำหนดหรือข้อตกลงพิเศษที่ไม่พบเห็นในบริษัททั่ว ๆ ไป เพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น Vesting การต้องได้รับอนุญาตก่อนที่จะมีการขายหุ้น (Reserve Matters) ข้อกำหนดให้ต้องมีการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ (หรือแต่รายใดรายหนึ่ง) ก่อนที่จะเสนอขายให้แก่บุคคลภายนอก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สตาร์ทอัพต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมากทั้งก่อนที่จะเข้าลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้น และการปฎิบัติตามสัญญาภายหลังที่ลงนามไปแล้ว

การประชุมผู้ถือหุ้น

ตามกฎหมายแล้วการประชุมของบริษัทจำกัดจะเรียกว่า “ประชุมใหญ่” และสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ การประชุมสามัญ และการประชุมวิสามัญ โดยการประชุมสามัญกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกปี (ครั้งแรกต้องจัดภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท)

การประชุมนอกเหนือจากการประชุมสามัญจะเรียกว่า การประชุมวิสามัญ จะเรียกเมื่อไหร่กฎหมายกำหนดเอาไว้ให้เป็นดุลพินิจของผู้เป็นกรรมการ แต่อย่างไรก็ดี กฎหมายบังคับให้กรรมการต้องเรียกประชุมวิสามัญเมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

    • ขาดทุนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง
    • เมื่อผู้ถือหุ้นมีจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัท ได้เข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุม

การประชุมใหญ่นั้นกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถสอบถาม ติดตามและอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ของบริษัทได้ โดยการลงมติในวาระต่าง ๆ โดยที่การลงมติในแต่ละเรื่องนั้นมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน ซึ่งตามกฎหมายมีมติอยู่ 2 ประเภทคือ มติธรรมดา (คะแนนเสียงมากกว่าครึ่งนึง และใช้กับกิจการทั่ว ๆ ไป ที่กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ใช้มติพิเศษ) และมติพิเศษ (คะแนนเสียงสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และใช้ในกิจการตามที่กฎหมายกำหนด และกิจการที่ตกลงกันเอาไว้ในสัญญาผู้ถือหุ้น) กิจการตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้มติพิเศษเพื่อการอนุมัติมีดังต่อไปนี้

    1. การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับ
    2. การเพิ่มทุนโดยออกหุ้นใหม่
    3. การออกหุ้นใหม่ให้ชำระค่าหุ้นด้วยสิ่งอื่นนอกจากชำระด้วยเงิน
    4. การลดทุน
    5. การเลิกบริษัท
    6. การควบบริษัทเข้าด้วยกัน

ซึ่งก่อนการประชุมใหญ่ทุกครั้ง กฎหมายกำหนดให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันและส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนวันนัดประชุมไม่น้อย กว่า 7 วันแต่ถ้าเป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษ ต้องลงพิมพ์โฆษณาและส่งทางไปรษณีย์ตอบรับก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน ดังนี้ ระยะเวลาและขั้นตอนการปฎิบัติจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

shareholders meeting showing financial information on the screen

ข้อบังคับบริษัท

ข้อบังคับบริษัทเป็นเอกสารสำคัญอบ่างนึงของบริษัทเลยนะครับ เป็นส่วนที่กำหนดถึงขั้นตอนการปฎิบัติและการดำเนินการต่าง ๆ ของบริษัท ทั้งเรื่องการประชุม การออกเสียง สิทธิของหุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ (ทุก ๆ กลุ่ม ในกรณีที่มีหุ้นบุริมสิทธิหลายกลุ่ม) รวมไปถึงการใช้อำนาจควบคุมการทำงานของบริษัทด้วย ฉะนั้น ผู้ถือหุ้นทุกคนควรศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนนะครับ มิฉะนั้น อาจจะเกิดความเสียหายได้ การแก้ไขข้อบังคับของบริษัทจำเป็นต้องใช้ “มติพิเศษ” ของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีข้อกำหนดตามที่กล่าวไปแล้วด้านบน ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้องการเสียงสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ดังนี้ ท่านใดที่ประสงค์จะควบคุมบริษัทได้อย่างสมบูรณ์จริง ๆ ก็ไม่ควรให้คะแนนเสียงของตัวเอง หรือที่ตัวเองควบคุมต่ำกว่า 75% นะครับ

การควบคุมการทำงานของบริษัท

ตามกฎหมายการกระทำการใด ๆ ของบริษัทนั้น เป็นการแสดงออกผ่านทางการกระทำของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ซึ่งกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและอำนาจในการลงนามนั้น ผู้ที่จะเข้าทำสัญญากับบริษัทจำกัดสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองของบริษัท หรือที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (https://datawarehouse.dbd.go.th) ตัวอย่างของอำนาจลงนาม เช่น กรรมการสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท ในกรณีนี้ การลงนามในเอกสารสัญญาใด ๆ จะผูกพันบริษัทได้ จำเป็นต้องครบเงื่อนไข  2 ประการคือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่ปรากฏในหนังสือรับรองลงนามในเอกสารจำนวน 2 คน และมีการประทับตราของบริษัทบนเอกสารนั้น ๆ หากไม่ครบตามเงื่อนไขนี้ จะถือว่านิติกรรมที่ทำนั้นไม่ผูกพันบริษัท ไม่สามารถฟ้องร้องให้บริษัทรับผิดได้ (อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นบางประการซึ่งขอยกไว้ในบทความอื่นนะครับ)

กรรมการคุมบริษัท.. แล้วใครคุมกรรมการล่ะ ?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ที่มีอำนาจตัวจริงในบริษัทคือ “ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น” ครับ (ข้อความเป๊ะ ๆ ตามประมวลกฎหมายมีว่า “บรรดาบริษัทจำกัด ให้มีกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน ด้วยกันจัดการตามข้อบังคับของบริษัท และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง”) ซึ่งในที่ประชุมนี้ก็โดนควบคุมอีกชั้นนึงโดยผู้ถือหุ้น ผ่านการลงคะแนนเสียงและการบังคับใช้ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีในสัญญาผู้ถือหุ้น (ต้องเอาไปจดทะเบียนในข้อบังคับของบริษัทด้วยนะครับ)  เช่น กิจการที่ต้องขออนุมัติเป็นพิเศษ (Reserve Matters) อำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหาร เป็นต้น ในกรณีที่กรรมการไม่ปฎิบัติตามมติของที่ประชุมใหญ่ ที่ประชุมก็อาจจะพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทได้เช่นกันครับ

ความรับผิดของผู้ถือหุ้นต่อบุคคลภายนอก

ตามกฎหมายการจัดตั้งบริษัทจำกัด กฎหมายกำหนดให้กรรมการต้องเรียกให้ชำระเงินค่าหุ้นครั้งแรก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท มิฉะนั้น นายทะเบียนจะปฎิเสธไม่รับจดทะเบียนให้ ปกติแล้วในทางปฎิบัติ การเรียกเงินค่าหุ้นในการจัดตั้งบริษัทนั้นจะเรียกชำระเต็มจำนวน แต่ก็มีบางกรณีที่เรียกเพียงเท่าขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 25 เช่น ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เรียกชำระขั้นต่ำร้อยละ 25 เท่ากับ 250,000 บาท ผู้ถือหุ้นทั้งหลายก็มีหน้าที่ในการชำระเงินตามสัดส่วนการถือหุ้นของตนเอง ในกรณีเช่นนี้ บรรดาผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพียงเท่าจำนวนเงินค่าหุ้นที่ตนเองส่งไม่ครบคือ 750,000 บาท ตามสัดส่วนการถือหุ้นของตนเท่านั้น หากส่งค่าหุ้นครบถ้วนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในหนี้สินของบริษัทอีกต่อไป

ยกตัวอย่างเช่น นายสุรพล ถือหุ้นเป็นจำนวนร้อยละ 50 ในบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ดังนี้ นายสุรพลจึงมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าหุ้นรวมทั้งสิ้น 500,000 บาท แต่ปรากฏว่า นายสุรพลชำระค่าหุ้นขันต่ำตามที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 25 เป็นเงิน 125,000 บาท ดังนี้ หากบริษัทดำเนินกิจการและโดนเจ้าหนี้ฟ้องร้องเป็นเงิน 10 ล้านบาท เจ้าหนี้รายนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินที่นายสุรพลส่งไม่ครบคือ 375,000 บาทเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่หนี้สินทั้งหมด (โล่งงงงอก 555)

จะเห็นได้ว่านิติบุคคลประเภท “บริษัทจำกัด” เป็นนิติบุคคลที่ให้ความสำคัญเรื่องการจำกัดความรับผิดของผู้ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมาก โดยหากได้ทำหน้าที่ของตนในเบื้องต้น คือ การชำระค่าหุ้นแล้ว ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจากการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นนั้นไม่มีอยู่เลย นอกจากนั้น กฎหมายได้กำหนดเรื่องอำนาจของการควบคุมการดำเนินการ การตรวจสอบการทำงานของบริษัท อำนาจในการแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้กระทำการแทนได้ผ่านการลงคะแนนเสียงในระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกันเอง ซึ่งหากได้จัดการอย่างถูกต้อง โปร่งใส แล้ว ย่อมนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการดำเนินการและเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งนักลงทุนรายเก่าและรายใหม่ในการเข้ามาลงทุน และร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดของท่านอีกด้วยครับ

บทความอื่น ๆ ของเรา

Case Study: กลยุทธทรัพย์สินทางปัญญาของ Coca-Cola ตอน 4 – ความลับทางการค้า+เครื่องหมายการค้า+สิทธิบัตร

เมื่อความลับทำงานร่วมกับการเปิดเผย – สิทธิบัตรเทคโนโลยีของโคคา-โคล่า จากบทที่แล้ว เราเห็นแล้วว่าโคคา-โคล่าเลือกเก็บสูตรเป็นความลับทางการค้าอย่างเข้มงวดมากว่า [...]

Case Study: กลยุทธทรัพย์สินทางปัญญาของ Coca-Cola ตอน 3 – ความลับทางการค้า VS สิทธิบัตร

บทเรียนจากโคคา-โคล่า หลังจากที่เราได้เรียนรู้พื้นฐานของการบริหาร IP ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับมาดูว่าโคคา-โคล่าใช้หลักการเหล่านั้นอย่างไร [...]

การบริหาร IP อย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ก้าวแรกสู่การบริหาร IP อย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ การมีทรัพย์สินทางปัญญาเปรียบเหมือนการมีทองคำอยู่ในบ้าน แต่หากคุณไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง [...]

Case Study: กลยุทธทรัพย์สินทางปัญญาของ Coca-Cola ตอนที่ 1 – จากห้องทดลองสู่ตลาดโลก

จากห้องทดลองของเภสัชกรสู่น้ำพุแห่งความหวัง – กำเนิดของโคคา-โคล่าสู่การครองโลก เรื่องราวของโคคา-โคล่าเริ่มต้นในปี 1886 [...]

กฎหมายบริษัทเบื้องต้นที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

บริษัทจำกัดคืออะไร? กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฯ ที่ได้กำหนดในเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของนิติบุคคลประเภทต่าง [...]

เครื่องหมายการค้าในประเทศไทย: กฎหมาย ขั้นตอน และความสำคัญในการจดทะเบียน

เครื่องหมายการค้าในประเทศไทย: กฎหมาย ขั้นตอน และความสำคัญในการจดทะเบียน บทนำ [...]

สิทธิบัตรภายใต้กฎหมายไทย: พื้นฐานและประโยชน์สำหรับเจ้าของธุรกิจ

สิทธิบัตรภายใต้กฎหมายไทย: พื้นฐานและประโยชน์สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิทธิบัตรและความสำคัญของมัน สิทธิบัตรคือเอกสารทางกฎหมายที่ภาครัฐออกให้เพื่อคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าของสิทธิบัตรจะได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการผลิต [...]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *